วันนี้ทนายจะเล่า Case ประสบการณ์จริง มีมิจฉาชีพโทรเข้ามาเรื่องการกู้ยืมเงินโดยอ้างว่าบุคคล ซึ่งทนายไม่รู้จักแต่เขาอาจจะมีเบอร์ทนาย โทรมาอ้างว่าบุคคลนั้นได้เป็นหนี้และจะมาทวงหนี้กับทนาย เราจึงบอกว่าถ้ายังไงให้ไปเจอกันที่สถานีตำรวจ ปลายสายก็เริ่มต้นด้วยการด่าคำหยาบคายจนงงว่า ไปทำอะไรให้เขาหรือ อีกครั้งเราไม่รู้จักกันด้วย

ดังนั้นวันนี้จึงจะมาเล่าเรื่องราวให้ฟังว่าถ้ามีสายโทรมาแบบนี้ไม่ต้องตกใจ การกู้ยืมเงินจากสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการ ส่งมอบเงินที่กู้ยืมนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ กรณีที่เราเพียงแค่มีเบอร์โทรใน เครื่องโทรศัพท์ของลูกนี่มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา ถ้าจะเอาผิดเราก็จะต้องในฐานะผู้ค้ำประกันแต่ถ้าเราเป็นผู้ค้ำประกันก็จะต้องมีการเซ็นสัญญาอย่างถูกต้อง เป็นหนังสือค้ำประกันซึ่งจะต้องมีการระบุรายละเอียดชัดเจนว่าค้ำประกันในหนี้เงินกู้จำนวนกี่บาทกี่สตางค์ และค้ำประกันให้กับผู้ใด คือลูกหนี้ชั้นต้น มีชื่อว่าอะไรอย่างไร หมายความว่ารายละเอียดจะต้องชัดเจน จึงจะสามารถ เอาผิดทางกฎหมายได้

ดังนั้นสรุปว่าเมื่อมีเบอร์แปลกโทรมาทวงหนี้กับเราซึ่งเราไม่ได้เกี่ยวข้องไม่ต้องไปสนใจ ถ้าก่อความรำคาญมากเสียงหรือวีดีโอไว้ แล้วนำไปแจ้งความ เพื่อจะได้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินการต่อไป

เนื่องจากปัจจุบันมีมิจฉาชีพเป็นจำนวนมากแอบแฝงอยู่ในวงการกระบวนการต่างๆ ดังนั้นจึงต้อง ระมัดระวังตัวอย่าไปหลงกล อย่างในกรณีนี้เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยเขายังมีมาได้ คนที่โทรมาไม่ใช่คนไทยเป็นคนสำเนียงต่างด้าวและพูดจาหยาบคาย มากมายจนเราอยากจะเจอตัวจริงๆ แต่เมื่อโทรกลับไปอีกครั้งเขาก็บล็อกเบอร์เราและเราโทรไม่ติดแล้ว นี่คือความเป็นมาที่จะมาเล่าให้ฟัง

ดังนั้นก่อนที่ จะทำอะไร หรือเมื่อมีใครมาแอบอ้างสิทธิ์อะไรให้ตรวจสอบก่อนไม่ต้องตกใจ มันไม่สายหรอกถ้าจะฟ้องคดีต่อศาลก็ให้ฟ้องไปสมมุติว่าถ้าเราผิดจริงแล้วไปคุยกันในศาลก็ได้แต่ในกรณีนี้เราไม่เกี่ยวด้วยเลยแม้แต่นิดเดียวเขาไม่มีสิทธิ์ฟ้องเราแล้วไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเราทั้งสิ้นแต่อาศัย ว่าโทรส่งไปถ้าคนไหนเกิดความหวาดกลัวก็จะตกเป็นเหยื่อให้เขา เอาเปรียบได้ต่อไปนั่นเอง



 

บทความ: รวมทั้งหมดคดีอาญาคดีแพ่งศาลเป็นจำเลยกฎหมายทั่วไป