เราสามารถถูกฟ้องเป็นจำเลยได้ทั้งในคดีอาญาและคดีแพ่ง

กรณีถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีแพ่ง

จะมีหมายนัดของศาลมากับสำเนาคำฟ้อง ในกรณีเป็นคดีแพ่งสามัญ หากว่าท่านรับหมายด้วยวิธีธรรมดาท่านจะต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหมายนั้น

หากว่าท่านรับหมายโดยการปิดหมาย ท่านจะต้องยื่นคำให้การภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้ปิดหมายนั้น

หากท่านไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนดท่านก็จะเป็นจำเลยผู้ขาดนัดยื่นคำให้การ ผลเสียจะตกกับตัวท่านเองคือไม่สามารถ ยกข้อต่อสู้ขึ้นอ้างต่อโจทย์ได้

หากท่านถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญา

เมื่อท่านได้รับหมายคดีอาญาและสำเนาคำฟ้อง ให้ดูว่าศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันใด(กรณีผู้เสียหายหรือโจทก์ฟ้องตรงต่อศาล) ท่านก็เตรียมไปในวันนั้น อย่าลืมแต่งตั้งทนายความไปด้วย เพราะในวันไต่สวนมูลฟ้องศาลท่านจะไต่สวนดูว่าคดีมีมูลหรือไม่ถ้าหากคดีมีมูลก็จะประทับรับฟ้อง

ส่วนในคดีอาญาคำให้การสารภาพหรือปฏิเสธยังไม่ต้องยื่นในวันไต่สวนมูลฟ้องไว้ยื่นในวันนัดสอบคำให้การทีเดียว แตกต่างกับคดีแพ่ง ในคดีอาญาไม่มีจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

คำให้การในคดีอาญา ถ้าท่านปฏิเสธสามารถปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลได้ คือปฏิเสธดื้อๆเลย แต่ในคดีแพ่งการปฏิเสธต้องมีเหตุผล มันมีความแตกต่างกันอย่างนี้